นายแพทย์แดน บีช แบรดเลย์

posted on 03 Nov 2007 21:16 by social-people

 

   

นายแพทย์แดน บีช แบรดเลย์



 

 

 

 

 

ประวัติ

 

๑.หมอบรัดเลย์ มีชื่อเดิมว่า นายแพทย์แดน บีช แบรดเลย์ 

(Dr.Dan BeachBradley,M.D.) คนไทยเรียกกันติดปากว่า หมอบรัดเลย์

   

๒.เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๐๔ (พ.ศ. ๒๓๔๗)

ที่เมืองมาร์เซลลัส ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

๓.ขณะหมอบรัดเลย์เกิดประเทศสหรัฐอเมริกากำลังตื่นตัว

เรื่องการเผยแผ่คริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ในต่างประเทศ

โดยที่องค์กรต่างๆที่ทำงานด้านนี้ต้องการมิชชันนารี

ที่เป็นแพทย์จำนวนมาก หมอบรัดเลย์ซึ่งต้องการเป็นมิชชันนารีด้วย

ผู้หนึ่ง จึงได้สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ในเมืองนิวยอร์ก

และสมัครเป็นมิชชันนารีในองค์กร เอบีซีเอฟเอ็ม

(ABCFM=American Board of Commissioners of Foreign Missions)

 

๔.ท่านจบการศึกษาวิชาแพทย์ใน ค.ศ. ๑๘๓๓ (พ.ศ. ๒๓๗๖) แล้ว

ท่านได้แต่งงานกับ เอมิลี รอยซ์ (Emilie Royce) และเดินทางด้วยเรือใบ

ชื่อ แคชเมียร์ (Cashmere) จากเมืองบอสตัน ในรัฐแมสซาชูเซ็ทท์

มาประเทศไทยพร้อมกับภรรยาและมิชชันนารีคนอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง

เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๔ (พ.ศ. ๒๓๗๗)

เหตุการณ์สำคัญ

 


 

๑.ท่านถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๕ (พ.ศ. ๒๓๗๘)

ซึ่งเป็นวันที่ท่านมีอายุครบ ๓๑ ปีพอดี

จากนั้นท่านได้ร่วมงานเผยแผ่คริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์

พร้อมกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยในกรุงเทพฯ โดยในตอนแรก

ได้เช่าบ้านของข้าราชการไทยคนหนึ่ง เปิดเป็นที่จ่ายยาและรักษาโรค

ใกล้กับ วัดเกาะ (วัดสัมพันธวงศาราม)

แต่ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านซางตาครูส ฝั่งธนบุรี

 

๒.ผลงานที่สำคัญด้านการแพทย์ของท่านในช่วงนี้ก็คือ

การตัดแขนเพื่อรักษาชีวิตพระภิกษุ รูปหนึ่งของวัดประยุรวงศาวาส

ที่ประสบอุบัติเหตุปืนใหญ่ระเบิดในงานฉลองวัดแห่งนี้

เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๓๗๙

ซึ่งนับว่าเป็นการผ่าตัดแขนขาผู้ป่วยครั้งแรกใน

ประเทศไทยส่วนงานรักษาโรคอย่างอื่นที่ทำให้ท่านมีชื่อเสียงมาก

เช่นกันก็คือ การผ่าตัด ต้อกระจกในนัยน์ตา และการรักษาโรคฝีดาษ

 

๓.งานรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคฝีดาษนี้ทำให้ท่านได้รับพระราชทานเงิน

จำนวนหนึ่งเป็นรางวัล จาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๘๒

   

๔.ในระยะนั้น การแพทย์แผนตะวันตก หรือแพทย์ทางวิทยาศาสตร์

ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศไทยคนไทยยังรักษาโรคด้วย

การแพทย์แผนไทย คือใช้สมุนไพร

และคนในบางส่วนก็ยังรักษาโรคด้วยไสยศาสตร์ใน พ.ศ. ๒๓๘๘

ท่านได้แต่งหนังสือชื่อ ตำราปลูกฝีโค เพื่อช่วยในการป้องกันโรคดังกล่าว

 

๕.หมอบรัดเลย์ได้รักษาผู้ป่วยด้วยวิชาแพทย์แผนตะวันตก

ซึ่งเป็นของใหม่สำหรับคนไทยและทำให้ผู้ป่วยที่เป็นชาวบ้านธรรมดา

หายจากโรคต่างๆเป็นจำนวนมาก ต่อมาจึงมีพวก

ขุนนางและข้าราชการไทยไปรับบริการจากท่านด้วย

กิตติศัพท์ของหมอบรัดเลย์ได้ทราบถึงถึงพระกรรณเจ้าฟ้ามงกุฎ

(คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังไม่เสด็จ

ขึ้นครองราชย์) ซึ่งทรงผนวชอยู่ที่วัดราชาธิวาส

พระองค์จึงมีรับส่งให้หมอบรัดเลย์ เข้าเฝ้า

เพื่อถวายการรักษาพระโรคลมอัมพาตที่เกิดแก่พระพักตร์ของพระองค์

หมอบรัดเลย์ได้นำภรรยาเข้าเฝ้าเจ้าฟ้ามงกุฎเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่

๗  เมษายน พ.ศ. ๒๓๗๙ และต่อมา ได้เข้าเฝ้าถวายพระโอสถที่ใช้รักษา

ในวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๓๗๙ ผลการรักษาได้ผลดี

ทำให้อาการของพระโรคทุเลาลงมากและทำให้หมอบรัดเลย์ได้ใกล้ชิด